“หวังว่าคุณจะเด็ดจริงอย่างที่พูด
ไม่ใช่ทำให้ผมเบื่อจนหลับไปก่อน” แม้ว่าผมจะประหม่ากับเพียว แต่เรื่องคำพูดคำจา
ผมไม่คิดจะทำให้ฝ่ายตรงข้ามรู้แน่ ว่าผมรู้สึกยังไง ถ้าเพียวรู้ว่าผมกังวล
เขาก็ยิ่งได้ใจน่ะสิ
“อ๋อ งั้นหรอ
งั้นไหนคุณลองทำให้ผมดูหน่อยซิว่าคนเก่งเขาทำกันยังไง”
ตอนแรกผมไม่เข้าใจที่เพียวพูด จนกระทั่งเขาจับมือผม
ให้วางลงที่ส่วนไวต่อสัมผัสบนร่างกายของผมเอง
!!!
“ช่วยตัวเองให้ผมดูหน่อย”
“นะ นี่คุณ...”
ผมแทบจะพูดไม่เป็นคำเมื่อเขากดน้ำหนักมือเขาลงมาเพื่อให้ฝ่ามือของผมเน้นหนักลงมาที่ร่างกายของตัวผมเอง
“ทำไม?
คุณกลัวงั้นหรอ” เพียวยิ้มกึ่งเยาะ “นี่น่ะมันเรื่องธรรมชาติของผู้ชาย
ใครๆเขาก็ทำกัน หรือว่าคุณทำไม่เป็น”
สีหน้าของเพียวมันดูถูกผมแบบสุดๆจนผมไม่มีทางเปิดปากยอมพูดความจริงแน่ๆ...
ความจริงที่ว่าผมไม่แม้แต่จะเคยสัมผัสตัวเอง
“ผมทำเป็น”
ผมพูดเสียงแข็ง แม้แต่โจทย์สมการคณิตศาสตร์ยากระดับประเทศผมก็ยังแข่งชนะมาแล้ว
กับไอ้เรื่องแค่นี้ ผมก็ต้องทำได้สิ!
“งั้นก็ทำเลย
ผมจะนอนดู”
เพียวยิ้ม เขาล้มตัวลงนอนตะแคงหันหน้าเข้าหาผม
เท้าข้อศอกลงกับหมอนวางศีรษะลงบนหลังมือแล้วนอนมองจริงๆอย่างที่บอก
ผมประหม่านิดๆ
แต่เพราะแววตาเหมือนรอเห็นความพ่ายแพ้อยู่นั่นมันปลุกความหยิ่งขึ้นมาในตัวผมทันที
ผมใช้มือกอบกุมร่างกายของตัวเองเอาไว้แล้วค่อยๆขยับรูดรั้งเบาๆอย่างเก้ๆกังๆ เพียวอมยิ้มนิดๆ
แววตาที่มองมาเหมือนกับจะเอ็นดู แต่ผมรู้
ความจริงเขาก็แค่อยากจะเยาะเย้ยผมเท่านั้นแหละ
ผมแยกเรียวขาตัวเองออกนิดหน่อย
ขณะรูดรั้งร่างกายตัวเองจนมันเริ่มมีปฏิกิริยา
ร่างกายผมก็เลยเริ่มชื้นไปด้วยเหงื่อ ผมเริ่มหายใจหอบ กัดริมฝีปากตัวเองไว้แน่นเพราะรู้สึกถูกอาการเสียววูบทั่วท้องน้อย
ปลายเท้าเริ่มจิกลงกับเตียง เรียวขาเริ่มหุบเข้าหากัน
แล้วจู่ๆเพียวก็ขยับร่างเข้ามาใกล้ผม
เขาเอื้อมมือมาใช้มือของเขาจับซ้อนที่มือผมอีกที ผมสะดุ้งนิดหน่อยที่เขาทำแบบนั้น
ร่างสูงขยับเข้ามาใกล้ จนลมหายใจร้อนเป่ารดที่ขมับผม เพียวใช้ฝ่ามือของเขา บังคับฝ่ามือของผมให้เลื่อนมือขึ้นลงโดยใช้แรงจากมือเขา
มันเร่าร้อนและดิบเถื่อนกว่าที่ผมใช้แรงของตัวเองอย่างมาก
หน้าผมร้อนวูบ
ผมอยากจะดึงมือตัวเองออก แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อย จับมือผมไว้แน่นมาก
และเป็นฝ่ายชักนำและควบคุมผมเอง
“สีหน้าคุณเวลามีอารมณ์มันน่ารักดีนะ”
เขากระซิบชิดใบหูผมขณะใช้ฝ่ามือช่วยจับมือผมให้รูดรั้งเร็วขึ้นเรื่อยๆ
ริมฝีปากร้อนไล้ไปตามใบหูผม ดูดเม้มที่ใบหูล่างและแหย่เรียวลิ้นเข้ามา ผมเกร็งตัวโดยอัตโนมัติ
หลับตาแน่นเมื่อความรู้สึกเสียวซ่านปะทุขึ้นมาเมื่อถูกริมฝีปากร้อนนั่นคลอเคลียที่ใบหู
จูบเบาๆที่เหนือใบหูของผม
เมื่อฝ่ามือร้อนเริ่มบังคับให้ฝ่ามือผมเร่งจังหวะเร็วขึ้น
หัวใจผมก็เต้นถี่รัว ร่างกายเริ่มบิดเร่าจนแผ่นหลังเสียดสีกับเตียง
เรียวขาก็เริ่มหุบเข้าหากันด้วยความประหม่าเพราะถูกดวงตาคู่คมนั่นจ้องมอง
ดวงตาสีเทาสุดมีเสน่ห์นั่นกำลังจับจ้องผม
เหมือนหมาป่าที่จ้องมองชิ้นเนื้ออย่างหิวกระหายไม่มีผิด!
พอเพียวเห็นผมหุบเรียวขาเข้าหากัน
เขาก็ใช้ขาตัวเองก่ายขาข้างหนึ่งของผมเพื่อให้เรียวขาผมแยกออกจากกันมากขึ้นกว่าเดิม
ขณะเดียวกันฝ่ามือร้อนนั่นก็เริ่มเร่งจังหวะเร็วขึ้นเรื่อยๆ
“อ๊ะ...อ๊า...อ๊ะ!” ผมเผลอร้องออกมาเมื่อความรู้สึกหวามไหวดำเนินมาจนถึงจุดขีดสุด ผมปลดปล่อยออกมาจนอาบเลอะฝ่ามือตัวเอง
เพียวจูบที่ซอกคอผม ขบเม้มและดูดดึงเบาๆ
ฝ่ามือหนารั้งเสื้อเชิ้ตผมให้หลุดลงจากหัวไหล่ และจูบซ้ำไปซ้ำมาบริเวณนั้นจนผิวขาวเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีเรื่อ
ร่างสูงเปลี่ยนมาคร่อมทับร่างผมไว้อีกครั้ง
แทรกร่างเข้ามาหาอย่างรวดเร็วมากจนเรียวขาสองข้างของผมไปคาอยู่ที่หน้าขาของเขา ร่างกายท่อนร่างเราแนบชิดเสียดสีกันไปมา
เพียวจูบผม
ริมฝีปากร้อนแนบลงมา ดูดดึงเบาๆพอให้รู้สึกร่วมแล้วค่อยๆขยับริมฝีปากเนิบนาบ
เป็นจูบที่อ่อนโยนลงกว่าครั้งแรก เหมือนพอรู้ว่าผมไม่ได้เก่งอย่างที่แสดง
ก็ยอมอ่อนข้อให้ง่ายๆทันที
ผมรู้สึกอับอายที่เพียวรู้ทันผม
เขากำลังอ่อนโยนด้วยจนผมวูบไหวไปชั่วขณะ ริมฝีปากร้อนมอบจูบที่ลึกซึ้ง
และลึกล้ำมากขึ้นเรื่อยๆ เรียวลิ้นร้อนค่อยๆสอดเข้ามาในริมฝีปากผม เกี่ยวกระหวัดนุ่มนวลจากนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นหนักหน่วงมากขึ้นเรื่อยๆ
“อื้อ...อื้อ...”
ผมร้องอยู่ในลำคออย่างห้ามไม่อยู่
เพียวใช้ฝ่ามือลูบไล้ที่เรียวขาผมไปมาเบาๆเหมือนอยากจะให้ผ่อนคลาย เขาผละริมฝีปากออกแล้วเลื่อนใบหน้ามาคลอเคลียที่ซอกคอผม
กดจูบและดูดดึงจนเกิดรอย จูบย้ำซ้ำๆลงบนรอยนั้น
และลากริมฝีปากร้อนๆลงต่ำขึ้นเรื่อยๆ ปลายนิ้วเรียวยาวลากไล้ไปตามต้นขาด้านในของผม
จากนั้นก็ค่อยๆสอดปลายนิ้วเข้ามาในร่างกายผมเพื่อขยับขยายร่างกายผม
ทุกอย่างเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปและเชื่องช้า
ผมนิ่วหน้าเพราะรู้สึกเจ็บ เรียวขาเริ่มสั่นเมื่อเขาดันปลายนิ้วเข้ามาเรื่อยๆจนสุด
“อึก...”
ผมกัดริมฝีปากไว้แน่น เพราะไม่อยากแสดงท่าทีอ่อนหัดให้หน้าอับอายไปมากกว่านี้
เพียวดันปลายคางผมขึ้นแล้วจูบผมอีกครั้ง
ริมฝีปากร้อนตะโบมจูบลงมาที่ริมฝีปากผมอย่างหนักและกระตุ้นทุกอารมณ์และความรู้สึก
เรียวลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัดและดูดกลืนน้ำหวานจากโพรงปากผมอย่างเร่าร้อนแบบที่ผมเพิ่งเคยสัมผัสมันเป็นครั้งแรก
จูบที่เร่าร้อนขนาดนี้ทำให้ผมค่อยๆคลายความเจ็บปวดลง
ในระหว่างที่ปลายนิ้วร้อนนั่นกำลังทำให้ร่างกายผมคุ้นชิน
เพียวก็ผละออกจากริมฝีปากผมอีกครั้ง เขาไล้ริมฝีปากไปตามลำคอผม
ขบเม้มไล่ลงไปเรื่อยจนถึงหัวไหล่ จูบที่ไหล่ซ้ำๆเหมือนบริเวณนั้นมันมีอะไรน่าสนใจหนักหนา
หลังจากให้ความสนใจกับไหล่ผมจนพอใจ
เขาเลื่อนใบหน้าลงต่ำจนปลายจมูกโด่งจัดแตะลงกับที่แผ่นอกบาง
ลมหายใจร้อนเป่ารดเหนือยอดอกสีชมพูนั่น
เดิมทีผมไม่คิดว่าหน้าอกของผู้ชายจะทำให้มีความรู้สึกอะไร จนกระทั่งเพียวใช้ปลายลิ้นแตะมัน
ร่างผมสะท้านทันทีที่ลิ้นชื้นกวาดเลียหยอกล้อ
ผมงอร่างกายตัวเองทันทีเพราะรู้สึกแปลกๆกับการรุกของเพียว เขาก็เลยสอดมือเข้ามาใต้แผ่นหลังของผมและดันมันให้หยัดแอ่นขึ้น
เขาดูดดุนยอดอกสีสดจนมันเริ่มชูชันและมีความรู้สึกขึ้นมา
ผมกัดริมฝีปากแน่นด้วยความเสียวซ่าน และรีบยกมือขึ้นยันที่หัวไหล่กว้าง
แต่เพียวไม่ได้คิดจะหยุดเพราะอาการต่อต้านเล็กๆน้อยๆของผม
จากที่ขบเม้มและไล้เลียเพียงแผ่วเบา
เขาก็ใช้โพรงปากร้อนดูดกลืนมันเข้าไปจนหมด ร่างกายผมสะท้านและบิดเร่าแทบจะทันที
เพียวรับรู้ได้ถึงปฏิกิริยาของผม ปลายนิ้วเรียวจึงเริ่มบิดควานหาจุดเร้าภายในร่าง และเมื่อเจอก็บดขยี้เร่งเร้าจนผมต้องส่งเสียงครางเครือหวิวด้วยความทรมาน
“อ๊ะ...อ๊า...”
เพียวแตะจมูกคลอเคลียที่แก้มผม
ใช้ปลายจมูกเขาดันกรอบแว่นผมขึ้นมาเมื่อมันเลื่อนหลุด
แล้วกดจูบลงบนเหนือริมฝีปากของผมที่กำลังครวญครางอยู่ซ้ำๆ....
และในที่สุด
ปลายนิ้วของเขาก็บ่อนทำลายสติสัมปชัญญะของผมให้พังทลายอย่างไม่มีชิ้นดี
ผมจึงปลดปล่อยออกมาอีกครั้งจนเลอะหน้าท้องแกร่ง
เพียวใช้ปลายนิ้วปาดของเหลวขุ่นบนหน้าท้องเข้าขึ้นมาและใช้ปลายลิ้นแลบเลียมัน
“เสน่ห์ของผู้ชายอย่างนึงก็คือเซ็กส์...”
“...”
“ถึงคุณไม่เก่งก็ไม่เป็นอะไรหรอก
เดี๋ยวผมสอนคุณเอง รับรองว่าคืนเดียว...เป็น” เพียวโน้มหน้าเข้ามาใกล้ๆกับผม
“แต่คุณจะเก่งเรื่องแบบนี้กับผมได้แค่คนเดียวเท่านั้น
ผมไม่ใช้ของร่วมกับคนอื่น”
“แล้วผม...จะได้อะไร...”
“ทุกอย่างที่คุณอยากได้...”
“ก็ได้...แต่ผมมีข้อตกลงอย่างนึง”
“ว่า...”
เพียวกดจูบลงบนริมฝีปากของผม ขณะที่ผมยังหอบนิดๆเพราะความเหนื่อย
ผมตวัดสายตาสบตากับเขา
“สัญญานี้จะมีผลสิ้นสุดถ้าคุณคิดว่าคุณเบื่อผม...หรือ....ผมคิดว่าผลประโยชน์ที่ผมได้จากคุณ
ไม่มีมีค่าอีกต่อไป”
“แล้วถ้าผมไม่เบื่อคุณล่ะ”
เพียวกระซิบถามผม
“...ก็บอกแล้วไง
จนกว่าฝ่ายใดฝ่ายนึงจะเปลี่ยนใจ จะคุณก่อนหรือผมก่อน...ก็ไม่สำคัญ”
“ยุติธรรมอะไรขนาดนั้น”
เพียวอาศัยจังหวะที่ผมไม่ได้ตั้งตัว แทรกร่างเข้ามาในร่างกายผมช้าๆ
และนั่นทำให้ผมสะท้านเฮือกด้วยความเจ็บปวด รู้สึกเหมือนร่างกายกำลังถูกแยกเป็นสองส่วนยังไงอย่างงั้น
ความเจ็บทำให้น้ำตาผุดซึมขึ้นมาที่หางตาโดยไม่ได้ตั้งใจ ผมเกร็งตัวแน่นมากจนเพียวรู้สึกได้
เขาเลยใช้มือประคองเอวผมไว้
เรียวขาของผมที่พาดอยู่บริเวณข้างเชิงกรานของเพียวสั่นระริกเพราะความเจ็บ
“ผ่อนคลายหน่อยสิ
เกร็งแบบนี้ก็เจ็บน่ะสิ” เพียวกระซิบเบาๆ
เขาอยู่นิ่งๆครู่นึงเพื่อให้ร่างกายผมได้ชิน แล้วจากนั้นถึงได้สอดเข้ามาลึกจนสุด
“อื้อ!”
ผมร้องออกมาในลำคอด้วยความรู้สึกประหลาดปนตกใจที่เขาทำแบบนั้น
เพียวไม่รอให้ผมได้มีสติหรือเริ่มอยากจะต่อต้านเขา ร่างสูงเริ่มขยับกายช้าๆเป็นจังหวะเนิบนาบก่อน
ทว่าก็ดุนดันเข้ามาลึกซึ้งจนร่างกายผมถึงกับสะท้านหอบด้วยลมหายใจที่ไม่สม่ำเสมอ
หนักบ้าง เบาบ้าง แล้วแต่การเคลื่อนไหวของเขา
อย่าว่าแต่เพียวเลยที่จะรู้ว่าร่างกายผมเกร็งมากขนาดไหน
ผมเองยังรับรู้ว่าร่างผมเกร็งไปทั้งตัว
แต่กลับมีปฏิกิริยาที่ตอบสนองต่อร่างกายอีกฝ่ายเหมือนกัน
หน้าผากผมชื้นไปด้วยเหงื่อ ความเป็นคนผิวขาวจัดทำให้ตอนนี้ขึ้นสีเรื่อไปทั้งตัว
บางครั้งผมก็เผลอกัดริมฝีปากตัวเองเมื่อรู้สึกอะไรมากๆ
ในบางครั้งก็เผลอปล่อยเสียงครางออกมาอย่างเป็นธรรมชาติแบบไม่ได้ตั้งใจสักเท่าไหร่
แต่เพียวดูจะชอบที่ผมครางออกมาซะมากกว่า
กายแกร่งเพิ่มจังหวะการเคลื่อนไหวให้หนักหน่วงมากขึ้นกว่าเดิมเรื่อยๆ
จนผมเริ่มส่ายหน้าไปมาเหมือนคนจับไข้ ยิ่งเข้าเคลื่อนไหวร่างกระแทกกระทั้นเท่าไร
ก็ยิ่งกระทบจุดเร้าภายในของผมหนักหน่วง จนผมต้องครางในลำคอไม่หยุด
“อ๊ะ....อ๊า...”
แต่ก็ไม่กล้าส่งเสียงดังมาก
เพราะรู้สึกอายขึ้นมา ผมยกมือขึ้นมาแตะที่ริมฝีปากตัวเอง
ขณะที่มืออีกข้างวางอยู่ที่หน้าท้องแบนราบซึ่งกำลังสะท้านหอบอย่างหนักเพราะการโจนจ้วงอันเร่าร้อนนั่น
ร่างกายส่วนที่สอดประสานและถูกรุกรานร้อนผ่าวแทบละลาย
ผมบิดกายเร่าไปมา ใบหน้าร้อนวูบเมื่อผมรู้ตัวว่าร่างกายของผมเองตอบสนองเขาอย่างถี่กระชั้น
ไหนจะเสียงครางที่ดังออกมาเป็นระยะ ในบางครั้งที่สะโพกแกร่งหยัดรุนแรงมาก
มันก็เหมือนจะเจือปนมาด้วยเสียงสะอื้น
ทุกครั้งที่เพียวขยับกาย
ผมได้ยินเสียงผิวเนื้อกระทบกันฟังดูหยาบโลนจนรู้สึกเก้อเขิน แต่นั่นไม่เท่ากับบางครั้งที่เขาหยัดสะโพกเข้าหาด้วยความดุดันและลึกซึ้ง
เสียงมันจะดังเป็นพิเศษ
“อ๊ะ...อ๊า...อื้อ....”
ผมกัดริมฝีปากตัวเองไว้แน่น
ใบหน้าตอนนี้คงแสดงอารมณ์ความรู้สึกอย่างเต็มที่
ลืมไปหมดแล้วว่าเคยรู้สึกเจ็บปวดยังไง ตอนนี้มีแต่ความเสียวซ่าน
ร่างกายบิดเร่าเหมือนจะขาดใจลงใต้ร่างเขา หลายครั้งเพียวผสานร่างลงมาหนักหน่วง
เคลื่อนไหวกายรุนแรงซะจนผมเกือบรับไม่ไหว ร่างกายบริเวณที่เชื่อมเราไว้ด้วยกันมันร้อนผ่าวและชุ่มไปด้วยของเหลวจนเหมือนจะละลาย
ผมเสียววูบทั่วท้องน้อยไปหมด
มือหนารั้งเรียวขาผมให้พาดไปที่บ่ากว้างนั่น
ผมเห็นปลายเท้าตัวเองจิกเกร็ง แล้วก็เผลอมองต่ำไปที่หน้าท้องแกร่งของเพียวด้วย
ปรกติร่างกายเขาเป็นคนมีกล้ามเนื้ออยู่แล้ว
ซึ่งเมื่อเขาต้องออกแรง กล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องมันก็เกร็งเป็นพิเศษ
ผมกัดริมฝีปากเมื่อเห็นมันขยับรัวเร็วอย่างหื่นกระหาย และเผลอเอื้อมมือไปแตะ
!!!
เพียวชะงักไปนิดนึง
แล้วเขาก็โน้มหน้าลงมาจูบผม ริมฝีปากร้อนขย้ำลงมาหนักหน่วงด้วยความหมั่นเขี้ยว ขณะที่สะโพกแกร่งกระแทกกระทั้นรัวเร็วซะจนผมต้องสะอื้นออกมาเบาๆ
เผลอใช้มือจิกลงกับแผ่นหลังกว้างไปเต็มแรง ร่างกายก็สะท้านหอบ
เผลอแอ่นร่างขึ้นรับแรงกระแทกแสนเร่าร้อนนั่น ร่างกายผมเกร็งไปทั้งร่าง
จนฝ่ามือร้อนนั่นต้องลูบไล้ไปทั่วร่างซ้ำๆเหมือนจะปลอบประโลม
เขาเลื่อนมือผ่านแผ่นอกขาวและลูบไล้ฟอนเฟ้นลงมาเบาๆ
บดขยี้ปลายนิ้วลงมาบนยอดอกสีสดแผ่วเบา
“อื้อ..อื้อ...”
ผมครางไม่หยุดทั้งๆที่เพียวกำลังจูบผมอยู่ด้วยซ้ำ ร่างสูงค่อยๆถอนจูบออกไป
ใบหน้าหล่อซุกอยู่ที่ลำคอของผม ลมหายใจร้อนเป่ารดลงบนลำคอขาวผ่องซึ่งเต็มไปด้วยรอยแดงจ้ำซ้ำๆ
ผมกอดแผ่นหลังกว้างไว้แน่น
ปลายจมูกชนเข้ากับไหล่ของเพียว รู้สึกว่าเขากำลังกอดรัดผมจนจมมิดร่างเขา
แรงหยัดทำให้ร่างผมเกือบจมเตียง
“อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊า!” ผมร้องสุดเสียงเมื่อรู้สึกได้ถึงอารมณ์ขีดสุดแบบตอนที่เพียวช่วยผมขยับฝ่ามืออีกครั้ง
ผมปลดปล่อยออกมาจนเลอะอาบหน้าท้องแกร่ง นั่นก็เพราะเขาเบียดตัวเข้ามาจนชิด
แต่เพียวดูไม่ได้รังเกียจอะไรเลย หน้าท้องแกร่งแนบชิดลงมาซะจนหน้าท้องผมก็เปรอะไปด้วย
มันกระเด็นขึ้นมาจนเลอะถึงแผ่นอกเลยด้วยซ้ำ
ปลายนิ้วเรียวปาดน้ำตาที่แก้มผมให้...
ผมก็ไม่รู้ผมร้องทำไม
แต่มันไม่ใช่เพราะเจ็บรู้สึกเสียใจแน่
แต่ก็รู้สึกแย่อยู่ดีที่อยู่ๆน้ำตามันซึมออกมาตอนปลดปล่อยแบบนั้น
เพียวถอนร่างออกไปจากผมชั่วคราว
เขาจับร่างผมให้พลิกคว่ำ ยกสะโพกผมขึ้นสูง แล้วหยัดร่างเข้ามาเต็มแรงจนผมสะท้านเฮือก
ร่างกายถูกกอดจากด้านหลังและกระแทกกระทั้นเข้ามาด้วยความรุนแรง
ริมฝีปากร้อนจูบซับที่ท้ายทอยและแผ่นหลัง
ผมขยำมือลงบนผ้าปูเตียงแน่น....
ไม่ไหว...
ไม่ไหวแล้ว....
ผมไม่รู้เพียวหยัดสะโพกโจนจ้วงเข้าหาผมนานแค่ไหน
และมันกี่ครั้งที่เขาปลดปล่อยเข้ามาในตัวผม ขณะที่ขยับร่างผมให้ทำตามใจชอบ
เพื่อที่เขาจะได้แทรกร่างเข้ามาในกายผม ภายในผมร้อนผ่าวและเฉอะแฉะไปหมดเพราะของเหลวขาวขุ่นจากร่างกายของเขา
แต่เขาก็ไม่มีท่าทีว่าจะเหนื่อย หรือจะยอมหยุด
จนผมหน้ามืดแล้วก็หมดสติไปเลย...
ทั้งๆที่เขาก็ยังกระแทกกายเข้าออกอยู่แบบนั้น
อ่านต่อ + เม้นท์ >> http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=1360465&chapter=3